แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2552

8 เทคนิคคิดบวก"ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว

8 เทคนิคคิดบวก"ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว"
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์23 มกราคม 2552 09:41 น.
       คงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกันมากขึ้น ว่า ปัญหาหย่าร้างของคู่สามีภรรยากำลังทำให้สถาบันครอบครัวในปัจจุบันกลายเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อย และพึ่งผ่านประสบการณ์การหย่าร้างมาหมาด ๆ ต้องแยกจากครอบครัวที่เคยอยู่ร่วมกันพ่อแม่ลูก มาสร้างอนาคตใหม่บนลำแข้งตัวเองเพียงลำพังอาจสูญเสียทั้งกำลังกาย กำลังใจ รวมถึงอาจมองไม่เห็นหนทางในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นกับตัวเองและลูก ๆ 
       
       แต่ในความทุกข์ที่เกิดจากความล้มเหลวในชีวิตคู่ หากมองในแง่ดีแล้ว ก็เชื่อว่าคงมีข้อดีอีกหลายข้อซ่อนอยู่ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ลองดูกันค่ะ
       
       1. คุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมีโอกาสได้สอนลูกด้วยตัวคุณเอง และไม่ต้องมีปัญหาในการอบรมสั่งสอนลูก หรือต้องขัดแย้งกับคนอื่น ๆ (อดีตสามีหรืออดีตภรรยา) ที่มีแนวคิดไม่ตรงกันอีกต่อไป ซึ่งในกรณีนี้ คุณจะกลายเป็นคนที่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุดด้วย และจะได้มีโอกาสเข้าร่วมกับกิจกรรมของลูก - สังคมของลูกมากขึ้น
       
       2. ลูก ๆ ที่เติบโตมากับครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมีโอกาสที่จะกลายเป็นคนมีความรับผิดชอบสูงกว่าเด็กคนอื่น ๆ เพราะต้องช่วยคุณแม่หรือคุณพ่อดูแลงานต่าง ๆ ในบ้านมาตั้งแต่เล็ก และเขายังมีความคิดเป็นของตัวเอง รวมถึงสามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้นด้วย
       
       3. ปัจจุบันมีข้อมูล หรือองค์กรต่าง ๆ คอยให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาอยู่มากมาย ดังนั้น การเก็บตัว หรือจมอยู่กับความผิดหวังเพียงลำพังจึงไม่ใช่หนทางสำหรับครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวอีกต่อไป เพราะคุณมีเวลาเต็มที่ที่จะออกไปหาสิ่งดี ๆ มาเติมเต็มชีวิตตนเองและลูกให้ดีขึ้นได้มากมาย
       
       4. การเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว คุณจะมีเวลาดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง มีเวลาออกกำลังกาย หาอาหารที่มีประโยชน์รับประทานได้ง่ายมากขึ้น เพราะไม่ต้องคิดถึงคนอื่น มีเพียงตัวคุณและลูกเท่านั้น ซึ่งเรื่องของการดูแลสุขภาพให้ดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมาก ดังนั้นจึงควรมีการพบแพทย์ - ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีด้วย
       
       5. คุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจะสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ด้วยตนเอง เท่ากับว่าตอนนี้คุณได้ไม้อาญาสิทธิ์มาไว้ในครอบครองแต่เพียงผู้เดียวแล้ว เด็กไม่ต้องสับสนอีกต่อไปว่าเขาควรจะฟังใครดี ระหว่างที่พ่อกับแม่เถียงกันเรื่องวิธีเลี้ยงลูก
       
       6. หากยังรู้สึกผิดที่ทำให้ครอบครัวแตกสลาย คุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถหันไปมองรอบ ๆ ตัวได้ง่ายมากขึ้น ว่าไม่ใช่มีเฉพาะครอบครัวของคุณที่แปลกแยก แต่ก็มีอีกหลาย ๆ ครอบครัวที่ตกอยู่ในภาวะเดียวกัน และอาจช่วยให้มีกำลังใจในการฟันฝ่าอุปสรรคได้มากกว่าเดิม
       
       7. การเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ทำให้คุณพ่อหรือคุณแม่สามารถหาเวลาทำกิจกรรมกับลูกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นของเล่น อ่านหนังสือ ร้องเพลง หรือพาลูกเข้านอนได้ ไม่มีปัญหาอื่น ๆ มากวนใจ
       
       8. เมื่อเหลืออยู่ตัวคนเดียว การมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้คุณพ่อหรือคุณแม่ผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ไปได้อย่างมีความสุขมากกว่าเดิม และควรลดความวิตกกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หรือปัญหาที่ผ่านไปแล้ว การคิดเช่นนั้นอาจทำให้คุณเกิดความรู้สึกในแง่ลบมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อครอบครัวใหม่ที่คุณกำลังจะก้าวไปด้วยกันค่ะ
       
       หรือหากท่านผู้อ่านมีคำแนะนำอื่น ๆ เสริมนอกเหนือจากนี้ ทางทีมงานขอน้อมรับด้วยความขอบคุณค่ะ

สอนลูกทำการบ้าน

       "การบ้าน" ของลูกนับเป็นปัญหาใหญ่ของพ่อแม่ เพราะมีพ่อแม่หลายๆ คู่สอนการบ้านลูกไม่เป็นหรือไม่มีเวลาที่จะสอนการบ้านให้ลูก
       
       ไม่ดีแน่...หากจะปล่อยลูกให้ทำการบ้านเองโดยไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครองเอาใจใส่ดูแล ซึ่งจะทำให้เด็กไม่เข้าใจบทเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง ทำให้มีผลการเรียนอ่อนสะสมมาเป็นเวลานาน และผลร้ายที่สุดคือ สอบตก ซึ่งทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีกับตนเองและอับอายเพื่อน ทำให้ไม่ชอบเรียน ไม่อยากเรียน และรู้สึกว่าตนไม่มีความสามารถ เรียนไม่ได้ และหันไปใส่ใจเรื่องอื่นที่อาจทำให้มีปัญหาได้
       
       จริงๆ แล้วการสอนหรือการฝึกให้ลูกทำการบ้านไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร สำหรับพ่อแม่ที่ไม่มีเวลา อาจฝากให้ลูกเรียนพิเศษตอนเย็นเพื่อให้คุณครูเป็นผู้สอนลูกทำการบ้านแทนก็ได้ สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเวลาสอนการบ้านลูก เรามาช่วยกันดูแลให้เด็กทำการบ้านและทบทวนบทเรียนกันตามชั้นตอนดังนี้

ภาพจาก www.studylover.com
       เมื่อกลับมาถึงบ้าน อย่าเพิ่งให้เด็กเล่น ต้องให้ลูกทำการบ้านที่โต๊ะเรียนของลูกและดูแลลูกให้ทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยทุกวัน ต่อจากนั้นพ่อแม่ก็ตรวจสมุดการบ้านลูกให้เรียบร้อย ขณะที่ลูกทำการบ้าน หากเป็นเด็กเล็ก พ่อแม่ต้องช่วยเหลือ อธิบาย สอน แนะนำและดูแลให้ลูกทำ เมื่อลูกมีปัญหาก็ให้คำแนะนำได้
       
       1.เมื่อลูกทำเสร็จแต่ละวิชา พ่อแม่ก็ต้องตรวจดูความถูกต้องเรียบร้อย ชมเชยและให้กำลังใจ
       
       2.ทบทวนบทเรียนวิชาต่างๆ ที่ลูกเรียนมาทุกวัน ให้แน่ใจว่าลูกเข้าใจ รู้เรื่องสิ่งที่เรียนมาเพราะหากลูกไม่เข้าใจแล้วปล่อยไว้จะเป็นการสะสมความไม่เข้าใจ และจะเป็นปัญหา ให้ลูกเบื่อ ไม่อยากเรียน หรือเรียนอ่อน พ่อแม่ควรแก้ปัญหาความไม่เข้าใจบทเรียนของลูกให้ได้
       
       3.ดูแลให้ลูกจัดกระเป๋านักเรียน ตารางสอน เครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียนให้เรียบร้อยทุกวัน หากคุณแม่ได้ดูแลลูกทุกวันติดต่อกันเป็นปีๆ ลูกก็จะมีนิสัยรับผิดชอบ ดูแลตนเอง ควบคุมตนเองได้
       
       4.พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเชื่อและยอมรับว่า การทำการบ้านด้วยตัวของเด็กเองต้องมีการฝึกด้วยการดูแลช่วยเหลือ ชี้แนะ และควบคุมในระยะแรกๆ ซึ่งหากทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเป็นเวลานาน ในที่สุดลูกก็จะรับผิดชอบทำได้เอง เมื่อถึงเวลาก็จะทำการบ้านเอง
       
       การดูแลลูกอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอนสักระยะหนึ่ง ลูกก็จะเรียนรู้ว่า นี่คือสิ่งที่ลูกต้องทำ ลูกก็จะค่อยๆ ทำ ในที่สุดลูกก็จะทำทุกวัน
       

       ไม่ยากเลยใช่มั้ยสำหรับการสอนและฝึกให้ลูกทำการบ้าน เพราะการฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตนเองในการทำการบ้านเป็นการสร้างนิสัยที่ดีๆ อย่างหนึ่งให้กับลูก หาก เด็กขาดการฝึกฝน ดูแลอย่างใกล้ชิด จะทำให้เกิดปัญหาและเสียเวลามากในการแก้ไขยิ่งถ้าปล่อยไว้จนเด็กโต ก็จะยิ่งแก้ยากหรืออาจแก้ไม่ได้ เป็นปัญหาใหญ่และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
       
       ฉะนั้น...ฝึกเสียตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ นี่แหละ แล้วลูกจะเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบในเรื่องทีได้รับมอบหมาย จะทำให้ลูกเติบโตอย่างมั่นใจ อบอุ่น ปลอดภัย สร้างนิสัยที่ดีๆ มีระเบียบวินัย ในการทำการบ้าน เป็นการป้องกันปัญหาการเรียน และสร้างนิสัยในการทำงานให้เสร็จ มีความรับผิดชอบ ก็จะนำพาลูกไปสู่ความสุข ความสำเร็จในอนาคต
       
       
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
       สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่
       กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข